โลโก้เอ็นบีเอ โฉมหน้าใหม่ของการขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งลีกบาสอเมริกัน

ตอนที่ The National Basketball Association หรือ NBA ก่อตั้งขึ้นในปี 1946 พวกเขาไม่ได้ใช้ชื่อ NBA ตั้งแต่แรก เพราะเดิมพวกเขาใช้ชื่อ The Basketball Association of American หรือ BAA โดยมีทีมเข้ารวมแข่งขัน 11 ซึ่งตอนนั้นอเมริกาก็มีลีกบาสเกตบอลในชื่อ the National Basketball League หรือ ABL อยู่ หลังก่อตั้ง BAA ได้ 3 ปี พวกเขาก็คุยกับทาง ABL และตัดสินใจรวมตัวเป็นการแข่งขันเดียวและใช้ชื่อ NBA ในปี 1949 เป็นต้นมา ทุกอย่างน่าจะไปด้วยดีถ้าไม่ใช่เพราะการมีอีกสมาคมบาสเกตบอลก่อตั้งขึ้น American Basketball Association หรือ ABA ลุกขึ้นมาจัดลีกของตัวเองในปี 1967 แถมยังทำได้ดีเกินหน้าเกินตาด้วยกฏกติกาใหม่ที่ทำให้เกมทั้งวูบวาบ รวดเร็ว และเข้มข้นขึ้นด้วยการมีช็อตคล็อก 30 วินาทีและกฏการยิง […]

SPLASH BROTHER คู่หูมือพระกาฬสะท้านโลก

ในทุกแวดวงสาขาอาชีพการที่มีคู่หู่หรือเพื่อนร่วมงานที่รู้ใจย่อมเป็นสิ่งที่ดีในการทำภารกิจต่าง ๆ ยิ่งถ้าได้มีคู่หูในการเล่นกีฬาที่มีมากกว่าสองคนขึ้นไปแล้วจะทำให้การแข่งขันมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมเหมือนกับ คู่หูศูนย์หน้าของปีศาจแดงแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ดไวท์ ยอร์ค กับ แอนดี้ โคล ที่ทะลวงประตูคู่ต่อสู้มานับไม่ถ้วน หรือคู่หูเบสบอลยุค 80 มาร์ค แมคไกวน์ กับ โจเซ่ คอลเซโค ตำนานของโอ๊คแลนด์ในลีก MLB ที่ทั้งคู่สามารถตีโฮมรันได้อยู่เสมอ และแน่นอนสำหรับวงการบาสเอ็นบีเอแล้วคงหนีไม่พ้นสุดยอดคู่หู่ สตีเฟน เคอรี่ กับ เคลย์ ทอมป์สัน ที่พาทีม โกลเด้น สเตท วอริเออร์ ถล่มคู่ต่อสู้มานับไม่ถ้วน จนได้รับฉายาว่า SPLASH BROTHER ของวงการเอ็นบีเอ คำว่า SPLASH มีความหมายว่า สาดกระเซ็นเหมือนกับน้ำที่ถูกสาดออกมาจากแก้ว ซึ่งเมื่อนำมาตีความหมายในการเล่นบาสเกตบอลแล้วจะได้ความหมายที่หมายถึงการที่ลูกบอลถูกยิงลงไปยังห่วงโดยที่ไม่โดนขอบห่วงและสัมผัสเพียงแค่ตาข่ายเท่านั้น ทำให้มีความรู้สึกเหมือนกับน้ำที่กำลังกระเซนออกมาจากตาข่าย โดยถ้าหากเป็นในประเทศไทยแล้วนักกีฬาส่วนมากจะใช้คำว่า “ซวบ” เป็นเสียงที่ลูกบาสเกตบอลลงห่วงโดยไม่โดนขอบ และถ้านำมารวมกันกับคำว่า BROTHER แล้วจะทำให้มีความหมายว่า คู่หูสาดกระเซ็น โดยคำนี้เกิดขึ้นครั้งแรกในการแข่งขันระหว่าง โกลเด้น สเตท วอริเออร์ กับ ชาล็อต บ๊อบแคท […]

เสียงเพลงของ NBA ท่ามกลางมวลหมู่ดวงดาว

เวลาที่มองไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดสนิทสิ่งที่มองเห็นได้ชัดที่สุดบนท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ไพศาลนั้นมีเพียงแค่ดวงดาวที่สว่างไสว จึงทำให้ดวงดาวเป็นตัวแทนของผู้ที่มีชื่อเสียงมากมายในทุกวงการทั้งใน วงการบันเทิง วงการศึกษา และวงการกีฬา เพราะว่าผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุดของวงการเหล่านี้มักมีความสามารถที่เจิดจรัสกว่าทุกคนที่อยู่ในแต่ละวงการ โดยในวงการบาสเกตบอลเอ็นบีเอนั้นมีดวงดาวมากมายที่ได้ถือกำเนิดขึ้นมา และหากได้เห็นแสงของดวงดาวแล้วสิ่งที่ต้องนึกถึงตามต่อมาคงหนีไม่พ้นเสียงของเพลงที่ซึ่งจะทำให้เหล่าดวงดาวในวงการต่าง ๆ ได้ออกมาเริงระบำ โดยสำหรับในวงการบาสเกตบอลเอ็นบีเอแล้วเสียงเพลงคือสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยในการแข่งขันเพราะในระหว่างการแข่งขันเสียงเพลงเป็นสิ่งหนึ่งที่คอยกระตุ้นให้นักกีฬาในแต่ละทีมฮึกเหิมอยู่เสมอ ซึ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีของการฟังเพลงได้มีการพัฒนาให้มีความสะดวกสบายในการใช้มากขึ้นให้เหมาะสมกับบรรดานักกีฬาและซุปเปอร์สตาร์ทั้งหลาย ที่ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงเสียงเพลงให้กลายเป็นมูลค่าของธุรกิจได้ในอีกรูปแบบหนึ่ง โดยในปัจจุบันบริษัท Beats Electronics หรือที่ทุกคนรู้จักกันดีในผลิตภัณฑ์หูฟังเสียงเพลง Beats by Dre ที่เป็นที่นิยมอย่างมากไปทั่วโลกนั้นได้ทำการเซ็นสัญญากับวงการบาสเกตบอลเอ็นบีเอในการเป็นผู้ดูแลระบบเสียงอย่างเป็นทางการเพียงผู้เดียวของวงการ ซึ่งเป็นการมาแทนที่ของบริษัท HARMAN ที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงรายใหญ่อย่าง JBL, KARDON และINFINITY  จึงทำให้ซุปเปอร์สตาร์หลายคนของวงการเอ็นบีเอที่มีสัญญาอยู่กับบริษัท HARMAN อย่าง เจมส์ ฮาร์เดน, เดมอนกรีน หรือ เลบรอน เจมส์ ต้องถ่ายรูปกับผลิตภัณฑ์ BEATS โดยไม่ใส่ชุดแข่งขันที่เกี่ยวข้องกับวงการเอ็นบีเอเนื่องจากจะผิดกฎสัญญาของผู้สนับสนุน แต่อย่างไรก็ตามบริษัท BEATS จะยังมีสิทธิ์อีกมากมายหลายลีกบาสเกตบอลในการเซ็นสัญญาในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น NBA, WNBA, G League และทีมชาติสหรัฐอเมริกา รวมไปถึงสิทธิ์โฆษณาในการแข่งขันเอ็นบีเอออลสตาร์ และการแข่งขันรอบเพลย์ออฟไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศอีกด้วย แต่ถึงแม้ว่าจะมีสิทธิ์โฆษณาอย่างมากมายในเอ็นบีเอก็ยังคงมีกฎที่ถูกตั้งขึ้นสำหรับนักกีฬาทุกคนในการใส่หูฟังในสนามแข่งขันที่เรียกกันว่า lay-up line ที่ห้ามนักกีฬาทุกคนใส่หูฟังทุกชนิดก่อนเริ่มการแข่งขัน เมื่อดวงดาวกับเสียงเพลงได้บรรเลงมาบรรจบกันเรื่องราวของบนท้องฟ้านั้นคงจะเต็มไปด้วยความงดงาม […]

ไมค์ คอนลีย์ นักยัดห่วงผู้ดีแห่งวงการบาสเอ็นบีเอ

ในการเล่นกีฬาทุกแขนงสิ่งหนึ่งที่เข้ามามีส่วนร่วมในการแข่งขันกีฬาในทุกครั้งคืออารมณ์ร่วมของนักกีฬา จึงทำให้เกิดวิธีการปฏิบัติที่นำมาซึ่งชัยชนะในทางอ้อมพร้อมกับสร้างความเป็นอันตรายให้กับผู้ที่ถูกกระทำ ดังนั้นกติกาจึงเป็นสิ่งสำคัญในการควบคุมอารมณ์ให้อยู่ในกรอบพร้อมทั้งยังทำให้ไม่เกิดความอันตรายในระหว่างการแข่งขัน แต่กระนั้นก็ยังคงมีการทำผิดกติกาออกนอกกรอบกันอยู่เสมอในทุกการกีฬา โดยการทำผิดกติกาในวงการบาสเกตบอลเอ็นบีเอนั้นมีตัวอย่างผู้เล่นที่ชอบเล่นผิดกติกาที่ทุกคนรู้จักเป็นอย่างดีอยู่หลายคน ไม่ว่าจะเป็น เดนนิส ร็อดแมน, รอน อาเทส, หรือ เดมอน กรีน ที่มีการเล่นแบบถึงลูกถึงคนพร้อมทั้งมีการเล่นนอกกติกาบ่อยครั้งทำให้เป็นผู้เล่นที่มีรูปลักษณ์สำหรับการเป็นนักกีฬาไม่สู้ดีนัก แต่ไม่ได้หมายความว่าในวงการกีฬาหรือวงการบาสเอ็นบีเอจะไม่มีนักกีฬาที่เล่นอย่างขาวสะอาดเลยสักคน ซึ่งสำหรับในวงการบาสเกตบอลเอ็นบีเอแล้วยังคงมีผู้เล่นที่ชื่อว่า ไมค์ คอนลีย์ เป็นผู้เล่นที่ขาวสะอาดในขนาดที่เรียกได้ว่าในชีวิตการเล่นบาสเกตบอลของเขายังไม่เคยแม้แต่จะโดนฟาวล์เทคนิคเลยสักครั้งในชีวิต ไมค์ คอนลีย์ เป็นนักบาสเกตบอลจากมหาวิทยาลัย Ohio State Buckeyes ผู้ซึ่งได้รับรางวัลผู้เล่นหน้าใหม่แห่งปีในระดับมหาวิทยาลัยหลังจากที่ได้พาทีมก้าวขึ้นไปสู่ทัวร์นาเมนต์สูงสุดในระดับมหาวิทยาลัยที่มีชื่อว่า NCAA  และหลังจากที่ได้เล่นในทัวร์นาเมนต์ระดับสูงสุดแล้วยังสามารถพาทีมเป็นแชมป์ในรายการนี้ได้อีกด้วย ต่อมาในการดราฟท์ตัวผู้เล่นเข้าสู่วงการเอ็นบีเอในปี 2007 ไมค์ คอนลีย์ ได้ถูกดราฟท์เป็นคนที่ 4 ในปีนั้นจาการเลือกของทีม เมมฟิส กริชลีย์ ซึ่งเป็นปีเดียวกันกับ เควิน ดูแรน และ อัล ฮอร์ฟอร์ด โดยหลังจากที่ได้เข้ามาอยู่กับทีมเมมฟิสในปี 2007 แล้ว ไมค์ คอนลีย์ ก็ไม่เคยย้ายออกจากทีมไปไหนอีกเลยจวบจนปัจจุบันรวมทั้งสิ้น 11 ฤดูกาล ส่วนรูปแบบฝีมือการเล่นบาสเกตบอลในเวทีการแข่งขันเอ็นบีเอของ ไมค์ คอนลีย์ นั้นเป็นไปในรูปแบบปกติที่ไม่มีความพิเศษในด้านใดมากนักรวมถึงไม่ได้แย่ไปในด้านใดด้วยเช่นกัน […]

เดวิน บรู๊คเกอร์ สุดยอดความหวังเดียวของ ฟีนิกส์ ซัน

ด้วยอายุ 20 ปี กับการทำแต้มบาสเกตบอลในเอ็นบีเอได้สูงถึง 70 แต้มในหนึ่งเกมส์การแข่งขัน ทำให้นักบาสดาวรุ่งอย่าง เดวิน บรู๊คเกอร์ กลายมาเป็นนักบาสเกตบอลคนที่ 6 ในประวัติศาสตร์เอ็นบีเอที่เป็นผู้เล่นที่สามารถทำแต้มในเกมส์เดียวได้ 70 คะแนนขึ้นไป เทียบเท่ากับสุดยอดนักบาสในตำนานอย่าง เดวิด ธอมป์สัน , เดวิด โรบินสัน , วิลต์ แชมเบอร์เลน , โคบี้ ไบรอัน และเอลจิ้น เบย์เลอร์  พร้อมทั้งยังกลายเป็นผู้เล่นที่แฟน ๆ ฟินิกส์ ซัน ฝากความหวังไว้มากที่สุดในเวลานี้ เดวิน บรู๊คเกอร์ มีชื่อเต็มว่า เดวิน อาร์มานี่  บรู๊คเกอร์ เริ่มต้นเล่นบาสเกตบอลครั้งแรกโดยการฝึกสอนจากพ่อของเขาที่เป็นอดีตนักบาสเอ็นบีเอที่ชื่อว่า เมลวิน บรู๊คเกอร์ ซึ่งในระดับมหาวิทยาลัยนั้น เดวิน บรู๊คเกอร์ ได้ลงเล่นให้กับมหาวิทยาลัยเคนตักกี้ก่อนที่จะได้ถูกดราฟท์เป็นคนที่ 13 จากการเลือกของทีม ฟินิกส์ ซัน ในปี 2015 หลังจากนั้นฟอร์มการเล่นของเขาก็กลายมาเป็นว่าที่สุดยอดนักบาสเกตบอลคนต่อไปของวงการ ด้วยการเล่นที่มีการพัฒนาการมากขึ้นของ เดวิน […]

พอยท์การ์ดกับวันเวลาที่เปลี่ยนไปในวงการบาสเกตบอล

ในการเล่นบาสเกตบอลผู้เล่นจะมีหน้าที่และชื่อในตำแหน่งที่แตกต่างออกไป โดยทุกตำแหน่งมีหน้าที่ในการเล่นที่สำคัญไม่แพ้กัน แต่สำหรับในตำแหน่งที่เรียกว่าพอยท์การ์ดหรือการ์ดจ่ายแล้วยังจำเป็นต้องมีหน้าที่ในการเป็นผู้นำการเล่นของทีมเพิ่มเข้าไปอีกด้วย โดยจะต้องเป็นผู้ยืนคุมเกมส์อยู่ที่โซนด้านนอก และส่งลูกไปยังผู้เล่นในตำแหน่งต่าง ๆ ให้สามารถทำแต้มได้อย่างเด็ดขาด รวมถึงยังต้องมีฝีมือในการทำแต้มจากระยะไกลเป็นอาวุธลับในการเล่นตำแหน่งนี้อีกด้วย แต่ในปัจจุบันตำแหน่งการเล่นพอยท์การ์ดในรูปแบบนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตโดยสิ้นเชิง หลายครั้งในการที่ได้เล่นในตำแหน่งพอยท์การ์ดในอดีตการที่ได้ถือลูก และบุกไปทำแต้มเองนั้นจะถูกมองว่าเป็นผู้เล่นที่เห็นแก่ตัวและไม่มีน้ำใจ เพราะผู้ที่เล่นในตำแหน่งนี้นั้นจะต้องเป็นผู้ที่คอยส่งบอลให้เพื่อนสามารถเข้าไปทำแต้มได้โดยง่าย หรือจำเป็นต้องสร้างจังหวะให้ตำแหน่งอื่นสามารถสร้างโอกาสไปทำแต้มพิฆาตคู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นแนวทางการเล่นแบบที่จะต้องคิดว่าจะจ่ายยังไงมาก่อนการคิดว่าจะทำแต้มอย่างไร เป็นรูปแบบการเล่นที่ถูกปลูกฝังกันมาอย่างช้านาน ในยุคปัจจุบันการเล่นตำแหน่งพอยท์การ์ดแบบที่เคยได้เล่นกันมาอย่างช้านานนั้นได้ถูกทำลายการเล่นได้โดยง่าย เพราะว่ารูปแบบการเล่นที่ได้เล่นกันมาอย่างช้านานจนเป็นที่รู้วิธีการเล่นกันดีจึงทำให้หลายคนสามารถรู้ถึงวิธีการเล่นและวิธีการทำลายการสร้างโอกาสได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของการเล่นในตำแหน่งพอยท์การ์ดในยุคปัจจุบันนั้นคือสิ่งที่จำเป็นมากที่สุดในการแข่งขันบาสเกตบอล โดยในปัจจุบันการเล่นของพอยท์การ์ดนั้นจำเป็นที่จะต้องคิดถึงวิธีการทำแต้มมาก่อนที่จะคิดว่าส่งหรือสร้างโอกาสให้ผู้อื่น เพราะว่าจะทำให้คู่ต่อสู้มีความกังวลที่จะเข้าปิดการโจมตีมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันนั้นหากใครที่เป็นพอยท์การ์ดที่มีความสามารถในการยิงสามแต้มได้แม่นยำ คลุกวงในเอาบอลยัดลงตาข่ายได้ และสร้างจังหวะการเล่นให้ได้ฟาวล์จะถือว่าเป็นพอยท์การ์ดที่มีความสมบูรณ์แบบมากที่สุดในการเล่นตำแหน่งนี้ของวงการบาสเกตบอล โดยมีพอยท์การ์ดที่ครบเครื่องแบบนี้อยู่หลายคนในการแข่งขันเอ็นบีเอในปัจุบัน อาทิเช่น  เคอรี่, ลิลลาด, เวสบรูค, ไครี เออวิง และ คริส พอล ผู้ซึ่งเป็นพอยท์การ์ดที่มีชื่อเสียงและครบเครื่องอย่างมาก ทั้งทำแต้มได้ในระยะไกลและระยะใกล้ ตะลุยเอาฟาวล์จากด้านในอย่างไร้ข้อกังขา พร้อมทั้งการจ่ายบอลที่เต็มไปด้วยกลเม็ดที่คาดไม่ถึง ซึ่งเป็นสิ่งที่พอยท์การ์ดในยุคปัจจุบันจำเป็นต้องมี    

เดวน เหวด จุดเริ่มต้นของเส้นทางคือ ONE LAST DANCE ของชีวิต

ในทุกก้าวสำคัญของชีวิตล้วนต้องมีสถานที่ที่ให้เราก้าวเริ่มต้นในทุกเส้นทางเสมอ และในทุกจุดเริ่มต้นเหล่านั้นจะเป็นความทรงจำดี ๆ ที่ทุกคนล้วนไม่อาจลืมได้เลย เหมือนกับนักบาสเกตบอลอย่าง เดวน เหวด นักบาสเกตบอลเอ็นบีเอผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในตำนานของวงการที่ยังคงเล่นอยู่ โดยได้ตัดสินใจลงเล่นให้กับทีมไมอามี ฮีท อีกครั้งในฤดูกาลนี้หลังจากที่ได้ย้ายมาร่วมทัพกับทีม ไมอามี ฮีท เมื่อกลางฤดูกาลที่แล้วและได้ประกาศว่า ไมอามี ฮีท คือ ONE LAST DANCE ที่เขาจะลงเล่นเป็นที่สุดท้ายในอาชีพนักบาสเกตบอลของเขาในปีนี้ ซึ่งยังเป็นทีมแรกที่ได้เลือกเขาให้ได้ก้าวเข้ามาสู่วงการบาสเกตบอลเอ็นบีเออีกด้วย เดวน เหวด เป็นนักบาสเกตบอลที่มีอดีตไม่ค่อยสวยงามมากนักในวัยเด็ก เนื่องจากเติบโตมาในแถบที่เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่อันตรายของเมืองชิคาโก้ ซึ่งเต็มไปด้วยเหล่าอาชญากร การค้ายาเสพติด และสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความรุนแรง โดยแม่ของเขานั้นยังได้ตกลงไปในขุมนรกของเมืองนี้อีกด้วย ทั้งติดยาเสพติด ค้ายาเสพติด จนไปถึงการติดคุก และได้แยกทางกับสามีไปในที่สุด จนทำให้ เดวน เหวด มีเรื่องราวในจุดเริ่มต้นของชีวิตที่ไม่ดีเท่าไหร่ในชีวิต การเล่นบาสเกตบอลครั้งแรกของเขาเริ่มต้นเล่นเมื่ออายุ 9 ขวบหลังจากที่ได้ย้ายมาอาศัยอยู่กับพ่อ เพราะแม่ของเขาได้ถูกจับเข้าคุกโทษฐานค้ายาเสพติด ในเวลานั้นเองเขาได้พบกับ แฮงค์ โทมัส ผู้ซึ่งกลายมาเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขาในเวลาต่อมา โดยได้เป็นทั้งเอเย่นต์ส่วนตัวและเป็นคนคอยสอนทุกอย่างในชีวิตราวกับเป็นครอบครัว หรือพ่ออีกคนหนึ่งในชีวิตของเขา และในที่สุดในปี 2003 เดวน เหวด ได้โอกาสที่สำคัญที่สุดในชีวิต นั่นก็คือการได้ถูกดราฟท์เข้าสู่วงการบาสเกตบอลเอ็นบีเป็นอันดับที่ 5 […]

แชคิล โอนีล สุดยอดตำนานเซ็นเตอร์ร่างยักษ์เอ็นบีเอที่โลกต้องจดจำ

ในวงการบาสเอ็นบีเอนั้นเราสามารถพบผู้เล่นบาสเกตบอลที่มีความสามารถที่ดีเยี่ยมได้อย่างมากมายหลายคน แต่ถ้าเป็นผู้เล่นที่มีความสามารถอยู่เหนือระดับที่ดีเยี่ยมแล้วคงจะมีผู้เล่นไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้รับเกียรติในฝีมือที่เรียกกันว่าสุดยอดของวงการ โดย แชคิล โอนีล เซ็นเตอร์ร่างยักษ์ผู้สามารถคว้าแชมป์ได้ถึง 4 สมัย คือผู้เล่นที่ถือได้ว่าเป็นสุดยอดผู้เล่นแห่งวงการบาสเอ็นบีอีกหนึ่งคนที่เป็นตำนานของวงการ แชคิล โอนีล มีชื่อเต็มว่า แชคิล ราชอน โอนีล  โดยคำว่า แชคิล ราชอน ของเขานั้นมีความหมายในภาษาอาหรับว่านักรบน้อยซึ่งเป็นชื่อที่พ่อแท้ ๆ ของเขานั้นเป็นคนตั้งให้  เส้นทางการเข้าสู่วงการบาสเกตบอลเอ็นบีเอก้าวแรกของเขานั้นเริ่มจากการที่ได้เล่นให้กับมหาวิทยาลัย Louisiana State และสามารถทำสถิติบล็อคสูงที่สุดในประวัติศาสตร์บาสเกตบอลมหาวิทยาลัยได้ถึง 17 ครั้งในหนึ่งเกมส์ พร้อมทั้งยังได้เป็นผู้เล่นแห่งปีระดับประเทศถึง 2 ครั้ง ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมและมีรูปร่างที่สูงใหญ่ทำให้เขาได้รับการดราฟท์เข้าสู่วงการบาสเอ็นบีเอในเวลาต่อมากับทีมออร์แลนโด แมจิก อีกทั้งยังเป็นการดราฟท์ที่ได้เป็นผู้เล่นคนแรกที่ได้ถูกเลือกในปีนั้นอีกด้วย หลังจากที่ได้ก้าวเข้าสู่วงการบาสเกตบอลเอ็นบีเอแล้วความสามารถที่ยอดเยี่ยมของเขานั้นได้ผันกลายมาเป็นการเล่นที่สุดยอดของวงการ โดยในปีแรกที่เข้ามาฝีมือการเล่นของเขาทำให้ทีมออร์แลนโด แมจิก สามารถเข้าสู่รอบเพลย์ออฟได้หลังจากที่เป็นแค่เพียงทีมท้ายตารางพร้อมทั้งยังได้รับรางวัลผู้เล่นหน้าใหม่ยอดเยี่ยมในปีแรกที่เข้ามาเล่นอีกด้วย หลังจากอยู่ออร์แลนโด แมจิกมา 4 ปี แชค ได้ทำการเทรดตัวเองไปอยู่กับทีม ลอสแอนเจอลิส เลเกอร์ส พร้อมกับสร้างประวัติศาสตร์สะท้านเอ็นบีเอด้วยการพิชิตแชมป์เอ็นบีเอได้ถึง 3 สมัยติดต่อกัน อีกทั้งยังได้รับเลือกให้เป็นผู้เล่นผู้ทรงคุณค่าในรอบสุดท้ายทั้งสามครั้งติดต่อกันด้วยคะแนนเอกฉันท์ นอกจากนี้ แชคิล โอนีล ยังได้รับรางวัลผู้เล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์ที่สามารถทำแต้มเฉลี่ยได้สูงสุดในประวัติศาสตร์เอ็นบีเออีกด้วย หลังจากที่ประสบผลสำเร็จสูงสุดกับ แอลเอ […]

เลนนี่ คุก สุดยอดนักบาสตกอับที่มีพรสวรรค์เหนือคิงส์เจมส์

หากถามถึงสุดยอดนักบาสเอ็นบีเอในยุคปัจจุบันคำตอบของคำถามนี้คงหนีไม่พ้นผู้เล่นที่มีชื่อว่า เลบรอน เจมส์ หรือ คิงส์เจมส์ สุดยอดนักบาสเกตบอลเอ็นบีเอตัวฉกาจแห่งวงการที่มีฝีไม้ลายมือครบเครื่องและหาใครเทียบเทียมได้ยาก แต่ถ้าหากได้ย้อนกลับไปในสมัยมัธยมก่อนที่คิงส์เจมส์จะได้ทำการเข้าดราฟท์สู่วงการเอ็นบีเอแล้วล่ะก็ เลนนี่ คุก คือชื่อของผู้เล่นบาสเกตบอลที่คิงส์เจมส์ต้องยอมสยบและหลีกทางให้ในฝีมือบาสเกตบอลที่เรียกได้ว่าเหนือกว่าด้วยประการทั้งปวง เลนนี่ คุก มีชื่อเต็มว่า ลีโอนาร์ด คุก เป็นนักบาสเกตบอลที่เต็มไปด้วยพรสวรรค์ในขณะที่เรียนมัธยมที่บรูคลิน ซึ่งมีรุ่นราวคราวเดียวกันกับ เลบรอน เจมส์ และ เมโล่ อามาเร่ โดยในสมัยนั้น เลนนี่ เป็นนักบาสเกตบอลที่สามารถทำสถิติแต้มเฉลี่ยได้ถึง 30 แต้ม 15 รีบาวน์ ต่อหนึ่งเกมส์ ถือได้ว่าเป็นสถิติที่เป็นอันดับหนึ่งของวงการบาสเกตบอลระดับมัธยมในเวลานั้น พร้อมทั้งยังได้เคยต่อกรกับทั้ง เลบรอน เจมส์ และ เมโล่ ในสมัยนั้นโดยเลนนี่ที่กำราบซุปเปอร์สตาร์ทั้งคู่ได้อย่างราบคาบ ซอนนี่ วาคาโร อดีตผู้บริหารรองเท้าไนกี้และอดิดาสได้กล่าวถึง เลนนี่ คุก ว่า “เป็นผู้เล่นที่เต็มไปด้วยความรวดเร็ว ความกล้า และความมั่นใจ พร้อมทั้งยังกล้าลุยโดยที่ไม่ว่าจะต้องต่อสู้กับใครก็ตาม” เป็นคำกล่าวในขณะที่ได้ชมการเล่นของเลนนี่ในระหว่างการแข่งขันแบบตัวต่อตัวและการแข่งขันแบบทีมที่ค่ายฝึกซ้อมบาสเกตบอล ABCD เมื่อปี 2000 ซึ่งเลนนี่สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ทั้งหมดทั้งในแบบดวลตัวต่อตัวและแบบทีมซึ่ง เลบรอน เจมส์ และ […]

ไมเคิล จอร์แดน สุดยอดนักบาสตลอดกาล

  ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนบาสเกตบอลรุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่ เราเชื่อว่าชื่อของไมเคิล จอร์แดน คงเป็นชื่อที่คอบอลทุกยุคทุกสมัยรู้จักกันเป็นอย่างดี เนื่องจากนักกีฬาผู้นี้ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดนักบาสเกตบอลเบอร์ 1 ตลอดกาล จนชื่อของเขาได้กลายเป็นตำนานไปเสียแล้ว ความเป็นมาและชื่อเสียงในวงการบาสเกตบอล ไมเคิล จอร์แดน หรือ ชื่อเต็ม ไมเคิล เจฟฟรี จอร์แดน เป็นอดีตนักบาสเกตบอลอาชีพในสังกัดทีม Chicago Bulls ด้วยความสูง 198 เซนติเมตร บวกกับความสามารถ พรสวรรค์ และทักษะทำให้เขาเป็นนักบาสที่ฉายแววความโดดเด่นมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย จนได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้เล่นในทีม Chicago Bulls ความโดดเด่นและลีลาการเล่นของไมเคิล จอร์แดน ที่ทำให้ผู้เล่นคนอื่นเทียบได้ยาก ก็คือความสามารถในการกระโดดสูง และลอยตัวค้างในอากาศได้นาน ประกอบกับลูกชู้ตที่เขาถนัดคือ Fade-away jump shot และการลอยตัวเข้าไปทำคะแนน ไมเคิล จอร์แดน ได้สร้างชื่อไว้ในวงการบาสเกตบอล NBA และวงการบาสเกตบอลระดับโลกมากมาย ด้วยการนำทีม Chicago Bulls คว้าแชมป์ NBA ถึง 6 สมัย และตัวเขาเองยังได้รับรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าของ NBA ไปถึง […]