บอสตัน เซลติก กษัตริย์ชราแห่งปี 1969

บาสเกตบอลเอ็นบีเอในฤดูกาล 1969 แชมป์เก่า บอสตัน เซลติกฝ่าฟันฤดูกาลที่ยากลำบากกว่าจะผ่านเข้ามาถึงรอบชิงแชมป์อีกครั้ง แถมคู่แข่งในนัดชิงชนะเลิศยังเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งที่ยากล้มพวกเขาอย่างลอสแองเจลิส เลเกอร์เสียด้วย แม้ว่าเซลติกจะเป็นแชมป์ถึง 10 จาก 12 ฤดูกาลก่อนหน้า และครองแชมป์ติดต่อกันมาถึง 7 ปี พวกเขาคือราชาที่กำลังเข้าสู่ช่วงโรยราของบรรดาผู้เล่นดาวดัง รวมไปถึงเซ็นเตอร์อย่างบิล รัสเซลล์ โดยทุกคนในทีมและสาวกของบอสตันรู้ว่ารัสเซลล์ตัดสินใจเล่นอาชีพเป็นปีสุดท้ายด้วย เช่นเดียวกันกับแซม โจนส์ คู่หูในตำแหน่งสมอลฟอร์เวิร์ดที่อยู่ช่วงปลายของอาชีพแล้วเช่นกัน ตลอดฤดูกาลปกติเซลติกชนะ 48 และแพ้ 34 เกม จบอันดับ 4 ซึ่งเป็นที่นั่งสุดท้ายของพื้นที่เพลย์ออฟ สถิติในบ้านก็ไม่ดีนัก 24-12 นอกบ้านยิ่งแล้วใหญ่ 21-19 เทียบกับเลเกอร์ที่มีสถิติในฤดูกาลปกติ 55-27 ภายใต้การนำของเจอร์รี่ เวสต์, แอลกิ้น เบย์เล่อร์และวิลต์ แชมเบอร์เลน พร้อมด้วยรุกกี้หน้าใหม่แต่ฟอร์มเด่นบิลล์ เฮวิตต์ เกมการแข่งขันในรอบเพลย์ออฟฝั่งตะวันออก เซลติกพบกับฟิลาเดลเฟีย เซเว่นตี้ซิกเซอร์ พวกเขาหักปากกาเซียนด้วยการบุกไปชนะถึงเดอะ สเปกตรัม รังเหย้าของเซเว่นตี้ซิกเซอร์ได้ 3 เกม สร้างความได้เปรียบอย่างมหาศาลในการเก็บชัยชนะ 4-1 แต่คู่แข่งที่ยืนอยู่หน้าพวกเขาในรอบชิงแชมป์สาย และจะเป็นคนขวางทางการไปชิงแชมป์ประเทศก็มีผลงานดุดันเหลือเกิน […]

สี่สุดยอดสถาบันใน Final Four

การจะก้าวมาเป็นนักบาสเกตบอลอาชีพใน NBA ของบรรดาผู้เล่นทั้งหลาย มีสะพานเชื่อมหนึ่งเส้นที่สามารถส่งพวกเขาถึงฝั่งได้ นั่นคือการแสดงความสามารถผ่านเกมในระดับมหาวิทยาลัย และจากทั่วสหรัฐอเมริกาที่กว้างใหญ่ เกมการแข่งขันในระดับมหาวิทยาลัยก็ถือว่าเข้มข้นไม่แพ้ การแข่งขันในระดับมหาวิทยาลัยอยู่ภายใต้การจัดการของ NCAA ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลและช่วยเหลือนักเรียนในมหาวิทยาลัยที่เป็นนักกีฬา เพื่อไม่ให้พวกเขาโดนเอาเปรียบ และส่งเสริมการพัฒนาทักษะให้สามารถเรียนจบและยึดการเล่นกีฬาเป็นอาชีพได้ โดยมีสารพัดชนิดกีฬาภายใต้การดูแล และหนึ่งในนั้นก็คือบาสเกตบอล การแข่งขันบาสเกตบอล NCAA ในแต่ละปีไม่ใช่แค่เกมระดับมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่มันเป็นเหมือนศึกคัดกรองหาดาวเด่นคนต่อไปของวงการบาสเกตบอลเอ็นบีเอ ท่ามกลางทีมกีฬาจากวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยทั้งหลายที่ส่งทีมแข่งขัน 351 ทีมใน 3 ดิวิชั่น ไฮไลท์ของการแข่งอยู่ที่ 68 ทีมชั้นนำในดิวิชั่น 1 เกมบาสเกตบอลในแต่ละปีของ NCAA เมื่อการแข่งขันเดินทางไปถึงรอบสี่ทีมสุดท้าย หรือที่คนอเมริกันเรียกขานว่า Final Four มันคือช่วงเวลาสุดท้ายที่จะตัดสินหาผู้เล่นหน้าใหม่ที่จะเข้าสู่ระบบดราฟท์ตัวของเอ็นบีเอในฤดูกาลต่อไป เมื่อการแข่งขันที่จะเริ่มขึ้นในช่วงเดือนมีนาคมมาถึง พวกเขาจะรู้ว่าได้เวลาของ March Madness Basketball แล้ว ระบบการแข่งขันที่มีถึงรอบไฟนอล โฟร์ (Final Four) ในเกมบาสเกตบอล NCAA ถูกบันทึกครั้งแรกในปี 1939 หลังจากนั้นแต่ละสถาบันก็เริ่มต้นขับเคี่ยวอย่างดุเดือด โดยมีชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยและอนาคตของนักเรียนนักกีฬาเป็นเดิมพัน และตลอดเวลาเกือบ 80 ปีที่ผ่านมามี 4 สถาบันที่ได้รับการยกย่องอย่างสูงในการเข้าถึงรอบ […]

SPLASH BROTHER คู่หูมือพระกาฬสะท้านโลก

ในทุกแวดวงสาขาอาชีพการที่มีคู่หู่หรือเพื่อนร่วมงานที่รู้ใจย่อมเป็นสิ่งที่ดีในการทำภารกิจต่าง ๆ ยิ่งถ้าได้มีคู่หูในการเล่นกีฬาที่มีมากกว่าสองคนขึ้นไปแล้วจะทำให้การแข่งขันมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมเหมือนกับ คู่หูศูนย์หน้าของปีศาจแดงแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ดไวท์ ยอร์ค กับ แอนดี้ โคล ที่ทะลวงประตูคู่ต่อสู้มานับไม่ถ้วน หรือคู่หูเบสบอลยุค 80 มาร์ค แมคไกวน์ กับ โจเซ่ คอลเซโค ตำนานของโอ๊คแลนด์ในลีก MLB ที่ทั้งคู่สามารถตีโฮมรันได้อยู่เสมอ และแน่นอนสำหรับวงการบาสเอ็นบีเอแล้วคงหนีไม่พ้นสุดยอดคู่หู่ สตีเฟน เคอรี่ กับ เคลย์ ทอมป์สัน ที่พาทีม โกลเด้น สเตท วอริเออร์ ถล่มคู่ต่อสู้มานับไม่ถ้วน จนได้รับฉายาว่า SPLASH BROTHER ของวงการเอ็นบีเอ คำว่า SPLASH มีความหมายว่า สาดกระเซ็นเหมือนกับน้ำที่ถูกสาดออกมาจากแก้ว ซึ่งเมื่อนำมาตีความหมายในการเล่นบาสเกตบอลแล้วจะได้ความหมายที่หมายถึงการที่ลูกบอลถูกยิงลงไปยังห่วงโดยที่ไม่โดนขอบห่วงและสัมผัสเพียงแค่ตาข่ายเท่านั้น ทำให้มีความรู้สึกเหมือนกับน้ำที่กำลังกระเซนออกมาจากตาข่าย โดยถ้าหากเป็นในประเทศไทยแล้วนักกีฬาส่วนมากจะใช้คำว่า “ซวบ” เป็นเสียงที่ลูกบาสเกตบอลลงห่วงโดยไม่โดนขอบ และถ้านำมารวมกันกับคำว่า BROTHER แล้วจะทำให้มีความหมายว่า คู่หูสาดกระเซ็น โดยคำนี้เกิดขึ้นครั้งแรกในการแข่งขันระหว่าง โกลเด้น สเตท วอริเออร์ กับ ชาล็อต บ๊อบแคท […]

เสียงเพลงของ NBA ท่ามกลางมวลหมู่ดวงดาว

เวลาที่มองไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดสนิทสิ่งที่มองเห็นได้ชัดที่สุดบนท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ไพศาลนั้นมีเพียงแค่ดวงดาวที่สว่างไสว จึงทำให้ดวงดาวเป็นตัวแทนของผู้ที่มีชื่อเสียงมากมายในทุกวงการทั้งใน วงการบันเทิง วงการศึกษา และวงการกีฬา เพราะว่าผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุดของวงการเหล่านี้มักมีความสามารถที่เจิดจรัสกว่าทุกคนที่อยู่ในแต่ละวงการ โดยในวงการบาสเกตบอลเอ็นบีเอนั้นมีดวงดาวมากมายที่ได้ถือกำเนิดขึ้นมา และหากได้เห็นแสงของดวงดาวแล้วสิ่งที่ต้องนึกถึงตามต่อมาคงหนีไม่พ้นเสียงของเพลงที่ซึ่งจะทำให้เหล่าดวงดาวในวงการต่าง ๆ ได้ออกมาเริงระบำ โดยสำหรับในวงการบาสเกตบอลเอ็นบีเอแล้วเสียงเพลงคือสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยในการแข่งขันเพราะในระหว่างการแข่งขันเสียงเพลงเป็นสิ่งหนึ่งที่คอยกระตุ้นให้นักกีฬาในแต่ละทีมฮึกเหิมอยู่เสมอ ซึ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีของการฟังเพลงได้มีการพัฒนาให้มีความสะดวกสบายในการใช้มากขึ้นให้เหมาะสมกับบรรดานักกีฬาและซุปเปอร์สตาร์ทั้งหลาย ที่ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงเสียงเพลงให้กลายเป็นมูลค่าของธุรกิจได้ในอีกรูปแบบหนึ่ง โดยในปัจจุบันบริษัท Beats Electronics หรือที่ทุกคนรู้จักกันดีในผลิตภัณฑ์หูฟังเสียงเพลง Beats by Dre ที่เป็นที่นิยมอย่างมากไปทั่วโลกนั้นได้ทำการเซ็นสัญญากับวงการบาสเกตบอลเอ็นบีเอในการเป็นผู้ดูแลระบบเสียงอย่างเป็นทางการเพียงผู้เดียวของวงการ ซึ่งเป็นการมาแทนที่ของบริษัท HARMAN ที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงรายใหญ่อย่าง JBL, KARDON และINFINITY  จึงทำให้ซุปเปอร์สตาร์หลายคนของวงการเอ็นบีเอที่มีสัญญาอยู่กับบริษัท HARMAN อย่าง เจมส์ ฮาร์เดน, เดมอนกรีน หรือ เลบรอน เจมส์ ต้องถ่ายรูปกับผลิตภัณฑ์ BEATS โดยไม่ใส่ชุดแข่งขันที่เกี่ยวข้องกับวงการเอ็นบีเอเนื่องจากจะผิดกฎสัญญาของผู้สนับสนุน แต่อย่างไรก็ตามบริษัท BEATS จะยังมีสิทธิ์อีกมากมายหลายลีกบาสเกตบอลในการเซ็นสัญญาในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น NBA, WNBA, G League และทีมชาติสหรัฐอเมริกา รวมไปถึงสิทธิ์โฆษณาในการแข่งขันเอ็นบีเอออลสตาร์ และการแข่งขันรอบเพลย์ออฟไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศอีกด้วย แต่ถึงแม้ว่าจะมีสิทธิ์โฆษณาอย่างมากมายในเอ็นบีเอก็ยังคงมีกฎที่ถูกตั้งขึ้นสำหรับนักกีฬาทุกคนในการใส่หูฟังในสนามแข่งขันที่เรียกกันว่า lay-up line ที่ห้ามนักกีฬาทุกคนใส่หูฟังทุกชนิดก่อนเริ่มการแข่งขัน เมื่อดวงดาวกับเสียงเพลงได้บรรเลงมาบรรจบกันเรื่องราวของบนท้องฟ้านั้นคงจะเต็มไปด้วยความงดงาม […]

แกรนท์ ฮิลล์ นักบาสเกตบอลผู้เป็นทุกสิ่งของทีม

หลังจากที่ ไมเคิล จอร์แดน ประกาศวางมือจากวงการบาสเกตบอลเอ็นบีเอเป็นครั้งแรกในปี 1993 มีผู้เล่นมากมายที่ถูกปลุกปั้นให้ขึ้นมาเทียบเคียงหรือเป็นสัญลักษณ์ของวงการเอ็นบีเอหลายต่อหลายคน ซึ่งในการปลุกปั้นผู้เล่นมากมายเหล่านั้นมีเพียงนักบาสเกตบอลที่มีชื่อว่า แกรนท์ ฮิลล์ เพียงคนเดียวที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่ามีความสามารถใกล้เคียงสุดยอดนักบาสเกตบอลในอดีตมากที่สุดพร้อมทั้งได้ขนานนามว่าเขาจะเป็น ไมเคิล จอร์แดน คนต่อไป แกรนท์ ฮิล มีชื่อเต็มว่า แกรนท์ เฮนรี่ ฮิลล์ เป็นนักบาสเกตบอลสัญชาติอเมริกันจากมหาวิทยาลัย Duke ที่ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในเรื่องของบาสเกตบอลระดับมหาวิทยาลัย อีกทั้งยังเป็นลูกของอดีตสุดยอดนักอเมริกันฟุตบอล คาวิน ฮิลล์ ที่เป็นดาราดังของทีมฟุตบอล ดัสลัส คาวบอย ในการแข่งขันเอ็นเอฟแอลประเทศอเมริกาอีกด้วย ทำให้นับได้ว่า แกรนท์ ฮิลล์ นั้นมีสายเลือดของนักกีฬาอยู่อย่างเต็มเปี่ยม ซึ่งในปี 1994 แกรนท์ ฮิลล์ ได้ก้าวเข่าสู่วงการบาสเอ็นบีเออย่างเป็นทางการด้วยการดราฟท์ผ่านเป็นลำดับที่ 3 ในปีนั้นโดยทีม ดีทรอยท์ พริสตัน หลังจากที่ได้เข้ามาสู่วงการบาสเกตบอลเอ็นบีเอแล้ว แกรนท์ ฮิลล์ ได้เป็นผู้เล่นที่มีฝีมือยอดเยี่ยมสมราคานักบาสเกตบอลจากมหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อเกี่ยวกับบาสเกตบอล ไม่ว่าจะเป็นการบุกทะลวงเข้าทำแต้มแบบดุดันและแข็งแกร่ง การจ่ายบอลที่เฉลียวฉลาดพร้อมกับสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมได้อยากหลากหลาย หรือการแย่งรีบาวน์ใต้แป้นอย่างองอาจน่าเกรงขาม ซึ่งทำให้สื่อมวลชนต่างพากันตั้งฉายาให้ว่า MR.EVERYTHING ผู้เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของทีม พร้อมทั้งยังได้รับรางวัลผู้เล่นหน้าใหม่ยอดเยี่ยมแห่งปีในการเข้าสู่วงการบาสเอ็นบีเอในปีแรกรวมกันกับ เจสันห์ คิดด์ […]

ไมค์ คอนลีย์ นักยัดห่วงผู้ดีแห่งวงการบาสเอ็นบีเอ

ในการเล่นกีฬาทุกแขนงสิ่งหนึ่งที่เข้ามามีส่วนร่วมในการแข่งขันกีฬาในทุกครั้งคืออารมณ์ร่วมของนักกีฬา จึงทำให้เกิดวิธีการปฏิบัติที่นำมาซึ่งชัยชนะในทางอ้อมพร้อมกับสร้างความเป็นอันตรายให้กับผู้ที่ถูกกระทำ ดังนั้นกติกาจึงเป็นสิ่งสำคัญในการควบคุมอารมณ์ให้อยู่ในกรอบพร้อมทั้งยังทำให้ไม่เกิดความอันตรายในระหว่างการแข่งขัน แต่กระนั้นก็ยังคงมีการทำผิดกติกาออกนอกกรอบกันอยู่เสมอในทุกการกีฬา โดยการทำผิดกติกาในวงการบาสเกตบอลเอ็นบีเอนั้นมีตัวอย่างผู้เล่นที่ชอบเล่นผิดกติกาที่ทุกคนรู้จักเป็นอย่างดีอยู่หลายคน ไม่ว่าจะเป็น เดนนิส ร็อดแมน, รอน อาเทส, หรือ เดมอน กรีน ที่มีการเล่นแบบถึงลูกถึงคนพร้อมทั้งมีการเล่นนอกกติกาบ่อยครั้งทำให้เป็นผู้เล่นที่มีรูปลักษณ์สำหรับการเป็นนักกีฬาไม่สู้ดีนัก แต่ไม่ได้หมายความว่าในวงการกีฬาหรือวงการบาสเอ็นบีเอจะไม่มีนักกีฬาที่เล่นอย่างขาวสะอาดเลยสักคน ซึ่งสำหรับในวงการบาสเกตบอลเอ็นบีเอแล้วยังคงมีผู้เล่นที่ชื่อว่า ไมค์ คอนลีย์ เป็นผู้เล่นที่ขาวสะอาดในขนาดที่เรียกได้ว่าในชีวิตการเล่นบาสเกตบอลของเขายังไม่เคยแม้แต่จะโดนฟาวล์เทคนิคเลยสักครั้งในชีวิต ไมค์ คอนลีย์ เป็นนักบาสเกตบอลจากมหาวิทยาลัย Ohio State Buckeyes ผู้ซึ่งได้รับรางวัลผู้เล่นหน้าใหม่แห่งปีในระดับมหาวิทยาลัยหลังจากที่ได้พาทีมก้าวขึ้นไปสู่ทัวร์นาเมนต์สูงสุดในระดับมหาวิทยาลัยที่มีชื่อว่า NCAA  และหลังจากที่ได้เล่นในทัวร์นาเมนต์ระดับสูงสุดแล้วยังสามารถพาทีมเป็นแชมป์ในรายการนี้ได้อีกด้วย ต่อมาในการดราฟท์ตัวผู้เล่นเข้าสู่วงการเอ็นบีเอในปี 2007 ไมค์ คอนลีย์ ได้ถูกดราฟท์เป็นคนที่ 4 ในปีนั้นจาการเลือกของทีม เมมฟิส กริชลีย์ ซึ่งเป็นปีเดียวกันกับ เควิน ดูแรน และ อัล ฮอร์ฟอร์ด โดยหลังจากที่ได้เข้ามาอยู่กับทีมเมมฟิสในปี 2007 แล้ว ไมค์ คอนลีย์ ก็ไม่เคยย้ายออกจากทีมไปไหนอีกเลยจวบจนปัจจุบันรวมทั้งสิ้น 11 ฤดูกาล ส่วนรูปแบบฝีมือการเล่นบาสเกตบอลในเวทีการแข่งขันเอ็นบีเอของ ไมค์ คอนลีย์ นั้นเป็นไปในรูปแบบปกติที่ไม่มีความพิเศษในด้านใดมากนักรวมถึงไม่ได้แย่ไปในด้านใดด้วยเช่นกัน […]

เดวิน บรู๊คเกอร์ สุดยอดความหวังเดียวของ ฟีนิกส์ ซัน

ด้วยอายุ 20 ปี กับการทำแต้มบาสเกตบอลในเอ็นบีเอได้สูงถึง 70 แต้มในหนึ่งเกมส์การแข่งขัน ทำให้นักบาสดาวรุ่งอย่าง เดวิน บรู๊คเกอร์ กลายมาเป็นนักบาสเกตบอลคนที่ 6 ในประวัติศาสตร์เอ็นบีเอที่เป็นผู้เล่นที่สามารถทำแต้มในเกมส์เดียวได้ 70 คะแนนขึ้นไป เทียบเท่ากับสุดยอดนักบาสในตำนานอย่าง เดวิด ธอมป์สัน , เดวิด โรบินสัน , วิลต์ แชมเบอร์เลน , โคบี้ ไบรอัน และเอลจิ้น เบย์เลอร์  พร้อมทั้งยังกลายเป็นผู้เล่นที่แฟน ๆ ฟินิกส์ ซัน ฝากความหวังไว้มากที่สุดในเวลานี้ เดวิน บรู๊คเกอร์ มีชื่อเต็มว่า เดวิน อาร์มานี่  บรู๊คเกอร์ เริ่มต้นเล่นบาสเกตบอลครั้งแรกโดยการฝึกสอนจากพ่อของเขาที่เป็นอดีตนักบาสเอ็นบีเอที่ชื่อว่า เมลวิน บรู๊คเกอร์ ซึ่งในระดับมหาวิทยาลัยนั้น เดวิน บรู๊คเกอร์ ได้ลงเล่นให้กับมหาวิทยาลัยเคนตักกี้ก่อนที่จะได้ถูกดราฟท์เป็นคนที่ 13 จากการเลือกของทีม ฟินิกส์ ซัน ในปี 2015 หลังจากนั้นฟอร์มการเล่นของเขาก็กลายมาเป็นว่าที่สุดยอดนักบาสเกตบอลคนต่อไปของวงการ ด้วยการเล่นที่มีการพัฒนาการมากขึ้นของ เดวิน […]

สเปซ แจม (Space Jam)  ภาพยนตร์บาสเกตบอลที่ทำรายได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์กำลังจะกลับมาอีกครั้ง

ภาพของ ไมเคิล จอร์แดน กำลังเล่นบาสเกตบอลกับ บั๊ค บันนี่ ใครเลยจะคิดว่ามันเกิดขึ้นได้ในยุค 90 แต่มันได้เกิดขึ้นไปแล้วและกลายเป็นภาพยนตร์บาสเกตบอลที่ทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 230 ล้านเหรียญสหรัฐในยุคสมัยนั้น ซึ่งถ้าเปรียบเป็นค่าเงินในปัจจุบันจะมีมูลค่าสูงถึง 375 ล้านเหรียญสหรัฐ และเนื่องจากความนิยมที่ได้รับอย่างมากมายในอดีต จึงทำให้ได้มีการประกาศสร้างภาคสองขึ้นมาอีกครั้ง และเป็นการประกาศสร้างโดยราชาแห่งวงการบาสเอ็นบีเอ เลบรอน เจมส์ สุดยอดนักบาสเกตบอลแห่งยุคนี้ สำหรับเรื่องราวใน สเปซ แจมภาคแรกนั้นเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของ ไมเคิล จอร์แดน ที่มีความฝันอยากเป็นนักบาสเกตบอลในวัยเด็กและสามารถพาตัวเองให้กลายมาเป็นสุดยอดนักบาสเกตบอลแห่งวงการบาสเอ็นบีเอรวมถึงยังสามารถพิชิตสุดยอดความฝันกลายเป็นสุดยอดนักบาสเกตบอลของโลกได้จนกระทั่งถึงจุดอิ่มตัวจึงผันตัวเองไปเป็นนักเบสบอล ก่อนที่จะถูกเหล่าบรรดาตัวการ์ตูนในลูนีย์ทูนส์ดึงตัวมายังโลกการ์ตูนเพื่อให้ช่วยเหล่าตัวการ์ตูนในลูนีย์ทูนส์ไม่ให้กลายไปเป็นนักโทษด้วยการแข่งขันบาสเกตบอลกับเหล่าการ์ตูนเอเลี่ยนนอกโลกและได้รับชัยชนะในท้ายที่สุด ส่วนเรื่องราวของ สเปซ แจม ภาค 2 ที่กำลังจะนำกลับมาสร้างภาคต่ออีกครั้งนั้นเป็นการอำนวยการสร้างและผลิตโดย วอเนอร์ บราเธอร์ เช่นเดิม แต่ได้ เลบรอน เจมส์ ราชาบาสเกตบอลเอ็นบีเอในยุคปัจจุบันมาเป็นโปรดิวเซอร์เพิ่มเติมในภาคนี้ พร้อมทั้งยังได้ ไรอัน คูเกอร์ ผู้กำกับชื่อดังจากภาพยนตร์ แบล็ค แพนเทอร์ ซุปเปอร์ฮีโร่เสือดำของค่ายมาเวล มาร่วมเป็นโปรดิวเซอร์ร่วมกับ เลบรอน เจมส์ อีกด้วย โดยได้มีการวางแผนที่จะเปิดกล้องถ่ายทำในช่วงปิดฤดูกาลปี 2019 และจะเป็นผู้กำกับหนุ่มหน้าใหม่ เทอร์แรนซ์ […]

พอยท์การ์ดกับวันเวลาที่เปลี่ยนไปในวงการบาสเกตบอล

ในการเล่นบาสเกตบอลผู้เล่นจะมีหน้าที่และชื่อในตำแหน่งที่แตกต่างออกไป โดยทุกตำแหน่งมีหน้าที่ในการเล่นที่สำคัญไม่แพ้กัน แต่สำหรับในตำแหน่งที่เรียกว่าพอยท์การ์ดหรือการ์ดจ่ายแล้วยังจำเป็นต้องมีหน้าที่ในการเป็นผู้นำการเล่นของทีมเพิ่มเข้าไปอีกด้วย โดยจะต้องเป็นผู้ยืนคุมเกมส์อยู่ที่โซนด้านนอก และส่งลูกไปยังผู้เล่นในตำแหน่งต่าง ๆ ให้สามารถทำแต้มได้อย่างเด็ดขาด รวมถึงยังต้องมีฝีมือในการทำแต้มจากระยะไกลเป็นอาวุธลับในการเล่นตำแหน่งนี้อีกด้วย แต่ในปัจจุบันตำแหน่งการเล่นพอยท์การ์ดในรูปแบบนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตโดยสิ้นเชิง หลายครั้งในการที่ได้เล่นในตำแหน่งพอยท์การ์ดในอดีตการที่ได้ถือลูก และบุกไปทำแต้มเองนั้นจะถูกมองว่าเป็นผู้เล่นที่เห็นแก่ตัวและไม่มีน้ำใจ เพราะผู้ที่เล่นในตำแหน่งนี้นั้นจะต้องเป็นผู้ที่คอยส่งบอลให้เพื่อนสามารถเข้าไปทำแต้มได้โดยง่าย หรือจำเป็นต้องสร้างจังหวะให้ตำแหน่งอื่นสามารถสร้างโอกาสไปทำแต้มพิฆาตคู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นแนวทางการเล่นแบบที่จะต้องคิดว่าจะจ่ายยังไงมาก่อนการคิดว่าจะทำแต้มอย่างไร เป็นรูปแบบการเล่นที่ถูกปลูกฝังกันมาอย่างช้านาน ในยุคปัจจุบันการเล่นตำแหน่งพอยท์การ์ดแบบที่เคยได้เล่นกันมาอย่างช้านานนั้นได้ถูกทำลายการเล่นได้โดยง่าย เพราะว่ารูปแบบการเล่นที่ได้เล่นกันมาอย่างช้านานจนเป็นที่รู้วิธีการเล่นกันดีจึงทำให้หลายคนสามารถรู้ถึงวิธีการเล่นและวิธีการทำลายการสร้างโอกาสได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของการเล่นในตำแหน่งพอยท์การ์ดในยุคปัจจุบันนั้นคือสิ่งที่จำเป็นมากที่สุดในการแข่งขันบาสเกตบอล โดยในปัจจุบันการเล่นของพอยท์การ์ดนั้นจำเป็นที่จะต้องคิดถึงวิธีการทำแต้มมาก่อนที่จะคิดว่าส่งหรือสร้างโอกาสให้ผู้อื่น เพราะว่าจะทำให้คู่ต่อสู้มีความกังวลที่จะเข้าปิดการโจมตีมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันนั้นหากใครที่เป็นพอยท์การ์ดที่มีความสามารถในการยิงสามแต้มได้แม่นยำ คลุกวงในเอาบอลยัดลงตาข่ายได้ และสร้างจังหวะการเล่นให้ได้ฟาวล์จะถือว่าเป็นพอยท์การ์ดที่มีความสมบูรณ์แบบมากที่สุดในการเล่นตำแหน่งนี้ของวงการบาสเกตบอล โดยมีพอยท์การ์ดที่ครบเครื่องแบบนี้อยู่หลายคนในการแข่งขันเอ็นบีเอในปัจุบัน อาทิเช่น  เคอรี่, ลิลลาด, เวสบรูค, ไครี เออวิง และ คริส พอล ผู้ซึ่งเป็นพอยท์การ์ดที่มีชื่อเสียงและครบเครื่องอย่างมาก ทั้งทำแต้มได้ในระยะไกลและระยะใกล้ ตะลุยเอาฟาวล์จากด้านในอย่างไร้ข้อกังขา พร้อมทั้งการจ่ายบอลที่เต็มไปด้วยกลเม็ดที่คาดไม่ถึง ซึ่งเป็นสิ่งที่พอยท์การ์ดในยุคปัจจุบันจำเป็นต้องมี    

เดวน เหวด จุดเริ่มต้นของเส้นทางคือ ONE LAST DANCE ของชีวิต

ในทุกก้าวสำคัญของชีวิตล้วนต้องมีสถานที่ที่ให้เราก้าวเริ่มต้นในทุกเส้นทางเสมอ และในทุกจุดเริ่มต้นเหล่านั้นจะเป็นความทรงจำดี ๆ ที่ทุกคนล้วนไม่อาจลืมได้เลย เหมือนกับนักบาสเกตบอลอย่าง เดวน เหวด นักบาสเกตบอลเอ็นบีเอผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในตำนานของวงการที่ยังคงเล่นอยู่ โดยได้ตัดสินใจลงเล่นให้กับทีมไมอามี ฮีท อีกครั้งในฤดูกาลนี้หลังจากที่ได้ย้ายมาร่วมทัพกับทีม ไมอามี ฮีท เมื่อกลางฤดูกาลที่แล้วและได้ประกาศว่า ไมอามี ฮีท คือ ONE LAST DANCE ที่เขาจะลงเล่นเป็นที่สุดท้ายในอาชีพนักบาสเกตบอลของเขาในปีนี้ ซึ่งยังเป็นทีมแรกที่ได้เลือกเขาให้ได้ก้าวเข้ามาสู่วงการบาสเกตบอลเอ็นบีเออีกด้วย เดวน เหวด เป็นนักบาสเกตบอลที่มีอดีตไม่ค่อยสวยงามมากนักในวัยเด็ก เนื่องจากเติบโตมาในแถบที่เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่อันตรายของเมืองชิคาโก้ ซึ่งเต็มไปด้วยเหล่าอาชญากร การค้ายาเสพติด และสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความรุนแรง โดยแม่ของเขานั้นยังได้ตกลงไปในขุมนรกของเมืองนี้อีกด้วย ทั้งติดยาเสพติด ค้ายาเสพติด จนไปถึงการติดคุก และได้แยกทางกับสามีไปในที่สุด จนทำให้ เดวน เหวด มีเรื่องราวในจุดเริ่มต้นของชีวิตที่ไม่ดีเท่าไหร่ในชีวิต การเล่นบาสเกตบอลครั้งแรกของเขาเริ่มต้นเล่นเมื่ออายุ 9 ขวบหลังจากที่ได้ย้ายมาอาศัยอยู่กับพ่อ เพราะแม่ของเขาได้ถูกจับเข้าคุกโทษฐานค้ายาเสพติด ในเวลานั้นเองเขาได้พบกับ แฮงค์ โทมัส ผู้ซึ่งกลายมาเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขาในเวลาต่อมา โดยได้เป็นทั้งเอเย่นต์ส่วนตัวและเป็นคนคอยสอนทุกอย่างในชีวิตราวกับเป็นครอบครัว หรือพ่ออีกคนหนึ่งในชีวิตของเขา และในที่สุดในปี 2003 เดวน เหวด ได้โอกาสที่สำคัญที่สุดในชีวิต นั่นก็คือการได้ถูกดราฟท์เข้าสู่วงการบาสเกตบอลเอ็นบีเป็นอันดับที่ 5 […]